RETBOX ตู้ผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์

RETBOX เป็นอุปกรณ์ผลิตไฟฟ้า ติดตั้งง่าย แค่เสียบปลั๊กก็ใช้ได้ทันที

solar home

RETBOX เหมาะสำหรับ 

1. บ้านพัก  รีสอร์ซ  หรือสถานที่ไม่มีไฟฟ้าใช้

2. ชาวไร่ ชาวสวน เกษตกร ที่ต้องการทำการเกษตร แต่ไม่มีไฟฟ้าใช้

3. พุทธศาสนิกชน ที่ต้องการช่วยวัดหรือสำนักสงฆ์ที่ห่างไกล ไม่มีไฟฟ้าใช้ (บริษัทมีส่วนลดพิเศษ)

4. บ้าน รีสอร์ซ หรือหน่วยงานที่มีปัญหาเรื่องการผลิตไฟจากเครื่องปั่นไฟ หรือแหล่งกำเนิดไฟอื่นๆ

5. สถานศึกษาทุกระดับ

6. นักเรียน นิสิต นักศึกษา ที่ต้องการนำไปประยุกต์ใช้กับงาน โปรเจค หรือ โครงการของตัวเอง

7. คนยุคใหม่ที่ต้องการใช้พลังงานสะอาด เพื่อช่วยประเทศชาติและสิ่งแวดล้อม

8. บริษัท ห้างร้าน หรือ ผู้ที่มองเห็นช่องทาง  ต้องการเป็นตัวแทนจำหน่ายสินค้าของเรา

 

RETBOX (เร็ทบ๊อก) มีจำหน่ายหลายรุ่น เพื่อให้เหมาะแก่การใช้งานแต่ละประเภท

ข้อแนะนำสำหรับการเลือกซื้อ RETBOX (เร็ทบ๊อก)

1.คำนวณขนาดของ RETBOX ก่อนตัดสินใจ สามารถดูการคำนวณได้ด้านล่าง

2.ราคารวมด้านล่างของแต่ละชุด จะประกอบไปด้วยอุปกรณ์ 3 อย่าง คือ

   1/แผงโซล่าเซลล์   2/เครื่องควบคุมการชาร์จประจุ  3/เครื่องแปลงไฟ

เช่น

ชุด RETBOX 150W  รวมอุปกรณ์ 3 อย่างข้างต้น ราคา 15,950 บาท

-หากท่านต้องการแบตเตอรี่ deep cycle 125Ah  12V  ด้วย

ท่านต้องชำระเพิ่มอีก 5,500 บาท รวมเป็นเงิน 21,450 บาท

-หากท่านต้องการให้ประกอบใส่ตู้ไฟต่อวงจรให้เรียบร้อย(เสียบปลั๊กใช้ได้ทันที)

ท่านต้องชำระเพิ่มอีก 2,500 บาท รวมเป็นเงิน 23,950 บาท

 

สำหรับอุปกรณ์เสริมอื่นๆ เช่น สายไฟ VCT , โครงเหล็กรองรับแผงโซล่าเซลล์ 

หลอดไฟ LED , ท่านสามารถเลือกซื้อเพิ่มเติมได้ ดังตัวอย่างข้างต้น

 

สนใจสั่งซื้อ   โทร. 02-9298690  

สนใจเป็นตัวแทนจำหน่าย ขอราคาส่ง  ปรึกษาด้านเทคนิค  โทร.084 4517172 

ท่านสามารถคลิกโหลดไฟล์แค็ตตาล็อกเพื่อชมตู้ผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ ตามตารางด้านล่าง 

 

ชื่อ วัตถุประสงค์การใช้งาน

ราคา(บาท)

ไฟล์ JPG
RETBOX20W สำหรับไฟฟ้าแสงสว่าง 3,900   คลิก
RETBOX60W ชุดขนาดเล็กเหมาะสำหรับชาวสวนชาวไร่ 7,500  คลิก
RETBOX100W ชุดขนาดเล็กเหมาะสำหรับชาวสวนชาวไร่ 11,000  คลิก
RETBOX150W ชุดขนาดเล็กเหมาะกับบ้านหลังเล็กๆ หรือกระท่อมในไร่นา 15,250  คลิก
RETBOX200W ชุดขนาดเล็กเหมาะกับบ้านหลังเล็กอยู่คนเดียว 23,300  คลิก
RETBOX400W ชุดขนาดกลาง เหมาะสำหรับบ้านพักอาศัย 1-2 คน 48,000  คลิก
RETBOX600W ชุดขนาดกลาง เหมาะสำหรับบ้านพักอาศัย 2-3 คน 66,000  คลิก
RETBOX1kW ชุดขนาดกลาง เหมาะสำหรับบ้านพักอาศัย 3-4 คน หรือรีสอร์ท 109,000  คลิก
RETBOX1.6kW เป็นชุดสำหรับบ้านพักอาศัย 3-4 คน 178,000  คลิก
RETBOX2kW เป็นชุดสำหรับบ้านพักอาศัย 5-6 คน หรือรีสอร์ทห้องพักขนาดกลาง 249,000  คลิก

 

ปัจจุบันทางบริษัทต้องการขยายการใช้พลังงานสะอาดให้เข้าถึงคนไทยทุกครัวเรือน 

เพื่อให้ง่ายต่อการตัดสินใจของท่าน  เราของมอบสิทธิพิเศษให้ท่านดังต่อไปนี้

 

สิทธิพิเศษ สำหรับผลิตภัณฑ์ RETBOX หรือ RET U-TURN เพื่อจุดประสงค์ดังต่อไปนี้

ลดทันที  5% สำหรับ
1. ท่านที่สั่งซื้อ จำนวน 2 ชุดขึ้นไป

ลดทันที  10 %  สำหรับ
1. ท่านที่ซื้อไปเพื่องานเกษตรกรรม  ทำสวน ทำนา  ทำไร่
2. ท่านที่ซื้อไปเพื่อการศึกษาหรือกิจกรรมเพื่อการศึกษา ด้านพลังงานทดแทน

ลดทันที  15% สำหรับ
1. องค์กร หรือ มูลนิธิ ที่ซื้อบริจาคเพื่อสาธารณประโยชน์ แด่ผู้ที่ไฟฟ้าเข้าไม่ถึง

ลดทันที  20% สำหรับ
1. ท่านที่ซื้อถวายแด่สถานปฎิบัติธรรม  สำนักสงฆ์ หรือ วัด  ที่ไม่มีไฟฟ้าใช้ 

 

TwitterEmailFacebook

อุปกรณ์ประหยัดไฟฟ้า RET U-TURN

RET U-TURN เหมาะสำหรับ 

1. บ้านเรือน สำนักงาน หรือ สถานที่ไม่มีไฟฟ้าใช้ และต้องการประหยัดค่าไฟฟ้า

2. พุทธศาสนิกชน ที่ต้องการช่วยวัดหรือสำนักสงฆ์ที่มีไฟฟ้าใช้แล้วปรหยัดค่าไฟฟ้า  (บริษัทมีส่วนลดพิเศษ)

3. นักเรียน นิสิต นักศึกษา ที่ต้องการนำไปประยุกต์ใช้กับงาน โปรเจค หรือ โครงการของตัวเอง

4. คนยุคใหม่ที่ต้องการใช้พลังงานสะอาด เพื่อช่วยประเทศชาติและสิ่งแวดล้อม

5. บริษัท ห้างร้าน หรือ ผู้ที่มองเห็นช่องทาง  ต้องการเป็นตัวแทนจำหน่ายสินค้าของเรา

 

RET U-TURN

-บริษัทได้ทำการวิจัยแล้วโดยวิศวกร สามารถประหยัดค่าไฟฟ้าได้จริง ติดตั้งเองง่ายภายใน 3 นาที ใช้งานได้ทันที

- มีรุ่นทดลองใช้ 200W ราคาเพียง 24,500 บาท

***หากท่านทดลองใช้แล้วได้ผล ก็สามารถเพิ่มขนาดระบบให้สูงขึ้น (500W-10KW)  

- ยิ่งระบบขนาดสูงขึ้น 500W – 10KW ยิ่งคุ้มค่าไฟมากขึ้น

- ระบบ 1 KW – 10KW สามารถคืนทุนภายใน 6-10 ปี แล้วแต่ขนาดของระบบ

- อายุการใช้งานนาน 25 – 30 ปี 

 

ลองคิดดูครับ ว่า ถ้าทุกหลังคาเรือน หันมาช่วยกันประหยัดพลังงานคนละเล็กน้อย 

ผลประโยชน์ที่เกิดขึ้น จะเกิดแก่ตัวท่าน  สังคม  และประเทศไทย

 

เริ่มที่ตัวท่าน 

เราช่วยท่านประหยัดค่าไฟฟ้า 

ท่านช่วยชาติประหยัดพลังงาน

ท่านช่วยโลก สิ่งแวดล้อมสะอาดได้  ด้วยพลังงานสะอาด วันนี้

 

 

สนใจสั่งซื้อ   โทร. 02-9298690

สนใจเป็นตัวแทนจำหน่าย ขอราคาส่ง  ปรึกษาด้านเทคนิค  โทร.084 4517172 

 

 

TwitterEmailFacebook

ต้องการตัวแทนจำหน่ายแผงโซล่าเซลล์และชุดโซล่าเซลล์

บริษัท พลังงานทดแทนเพื่อคนไทย จำกัด

รับสมัครตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศเพิ่มเติมอีกหลายจังหวัด

แผงโซล่าเซลล์ ของ  JA ENERGYและ SHARP 

สั่งซื้อจำนวนมากสามารถขอราคาส่งได้

 

เมื่อเป็นคู่ค้าหรือตัวเทนจำหน่ายกับทางบริษัทแล้ว  ทางบริษัทจะมีแคตตาล๊อคสินค้า

โบชัวร์สินค้าให้สำหรับลูกค้า ธงญี่ปุ่นวางหน้าร้าน

 

เงื่อนไขการเป็นตัวแทนจำหน่าย

1. มีหน้าร้านที่จำหน่ายสินค้าที่เกี่ยวข้องกับบริษัท

เช่น อุปกรณ์ไฟฟ้า อิเล็กทรอนิกส์  อุปกรณ์การเกษตร และสินค้าอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง เป็นต้น

2. มีทะเบียนพาณิชย์

3.ต้องมีสินค้าของบริษัทโชว์หน้าร้าน

 

เงื่อนไขการเป็นคู่ค้าขายส่ง

1. เป็นบุคคลที่มีความสามารถด้านการขายสินค้าที่เกี่ยวข้องอยู่แล้ว

หรือ เป็นนิติบุคคล ห้างร้าน ที่เป็นผู้ขายส่งสินค้า หรือ เป็นตัวกลางจำหน่ายสินค้า

2. ไม่ต้องมีสินค้าโชว์หน้าร้าน 

 

สิทธิพิเศษที่ท่านจะได้รับเมื่อสมัครเป็นตัวแทนจำหน่าย

1.ได้รับข้อมูลเบื้องต้นเกี่ยวกับการผลิตภัณฑ์ 

2.ได้อบรมฟรีกับทางบริษัท

บริษัทมีอุดมการณ์เดียวในการจัดตั้งบริษัท คือ

ทำอย่างไรก็ได้ให้ทุกหลังคาเรือนในประเทศไทยใช้พลังงานสะอาด

เพื่อช่วยโลกและช่วยประเทศของเรา

 

สนใจติดต่อที่เบอร์ 084-4517172 , 02-9298690

 

ภาพสินค้าที่เห็นนี้มีอยู่จริง  สามารถมาเลือกชมและเลือกซื้อได้ที่บริษัท 

 

แผงโซล่าเซลล์ทุกขนาด

 

TwitterEmailFacebook

แบตเตอรี่ Deep cycle แบตเตอรี่เพื่อพลังงานทดแทนโดยเฉพาะ

แบตเตอรี่ชนิดแห้ง (ไม่ต้องเติมน้ำกลั่น)

รายละเอียด แบตเตอรี่แห้ง ชนิด ไม่ต้องเติมน้ำกลั่น NP12V 7Ah

รายละเอียด แบตเตอรี่แห้ง ชนิด ไม่ต้องเติมน้ำกลั่น NP12V 26Ah

รายละเอียด แบตเตอรี่แห้ง ชนิด ไม่ต้องเติมน้ำกลั่น NP12V 65Ah

รายละเอียด แบตเตอรี่แห้ง ชนิด ไม่ต้องเติมน้ำกลั่น NP12V 120Ah

รายละเอียด แบตเตอรี่แห้ง ชนิด ไม่ต้องเติมน้ำกลั่น NP12V 250Ah

แบตเตอรี่ชนิดเติมน้ำกลั่น

1. แบตเตอรี่พลังงานแสงอาทิตย์ที่ดีที่สุดในโลก จากอเมริกา

ทำไม Trojan จึงเป็นผู้นำแบตเตอรี่สำหรับระบบโซล่าเซลล์และพลังงานทดแทนอื่นๆ

รายการแบตเตอรี่ทั้งหมดที่ใช้กับระบบพลังงานทดแทนโดยเฉพาะ

รายละเอียดแบตเตอรี่ รุ่น 27TMX 12V/105AH

รายละเอียดแบตเตอรี่ รุ่น SCS225 12V/130AH

รายละเอียดแบตเตอรี่ รุ่น T1275 12V/150AH

 

2. แบตเตอรี่โซล่าเซลล์ในประเทศไทย

3K Battery

ข้อมูล แบตเตอรี่ Deep Cycle 3K

Deep Cycle Batteries Large Size

Deep Cycle Batteries Small Size

FB Battery

ดูรายละเอียดแบตเตอรี่ที่มีจำหน่ายทั้งหมดที่นี่ 

TwitterEmailFacebook

ประเภทของพลังงานทดแทน

ประเภทของพลังงานทดแทน

          ในปัจจุบันเรื่องพลังงานเป็นปัญหาใหญ่ของโลก และนับวันจะมีผลกระทบรุนแรงต่อมวลมนุษยชาติมากขึ้นทุกที การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยก็เป็นอีกหนึ่งหน่วยงานที่ให้ความสำคัญในการร่วมหาหนทางแก้ไข ทำการศึกษา ค้นคว้า สำรวจ ทดลอง ติดตามเทคโนโลยีอย่างจริงจังและต่อเนื่องมาโดยตลอด เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการนำพลังงานทดแทนและเทคโนโลยีใหม่ๆในด้านพลังงานทดแทนเข้ามาใช้ในประเทศไทยต่อไป โดยคำนึงถึงทรัพยากรและสิ่งแวดล้อมซึ่งพอจะจำแนกประเภทของพลังงานทดแทนได้ดังนี้

พลังงานแสงอาทิตย์
         ดวงอาทิตย์ให้พลังงานจำนวนมหาศาลแก่โลกของเรา พลังงานจากดวงอาทิตย์จัดเป็นพลังงานหมุนเวียนที่สำคัญที่สุด เป็นพลังงานสะอาดไม่ทำปฎิกิริยาใดๆอันจะทำให้สิ่งแวดล้อมเป็นพิษ เซลล์แสงอาทิตย์จึงเป็นสิ่งประดิษฐ์ทางอิเล็คทรอนิคส์ชนิดหนึ่ง ที่ถูกนำมาใช้ผลิตไฟฟ้า เนื่องจากสามารถเปลี่ยนเซลล์แสงอาทิตย์ให้เป็นพลังงานไฟฟ้าได้โดยตรง ส่วนใหญ่เซลล์แสงอาทิตย์ทำมาจากสารกึ่งตัวนำพวกซิลิคอน มีประสิทธิภาพในการเปลี่ยนพลังงานแสงอาทิตย์ให้เป็นพลังงานไฟฟ้าได้สูงถึง 22 เปอร์เซนต์
ในส่วนของประเทศไทยซึ่งตั้งอยู่บริเวณใกล้เส้นศูนย์สูตร จึงได้รับพลังงานจากแสงอาทิตย์ในเกณฑ์สูง พลังงานโดยเฉลี่ยซึ่งรับได้ทั่วประเทศประมาณ 4 ถึง 4.5 กิโลวัตต์ชั่วโมงต่อตารางเมตรต่อวัน ประกอบด้วยพลังงานจากรังสีตรง (Direct Radiation) ประมาณ 50 เปอร์เซนต์ ส่วนที่เหลือเป็นพลังงานรังสีกระจาย (Diffused Radiation) ซึ่งเกิดจากละอองน้ำในบรรยากาศ(เมฆ) ซึ่งมีปริมาณสูงกว่าบริเวณที่ห่างจากเส้นศูนย์สูตรออกไปทั้งแนวเหนือ – ใต้
 พลังงานลม

พลังงานชีวมวล
          เชื้อเพลิงที่มาจากชีวะ หรือสิ่งมีชีวิตเช่น ไม้ฟืน แกลบ กากอ้อย เศษไม้ เศษหญ้า เศษเหลือทิ้งจากการเกษตร เหล่านี้ใช้เผาให้ความร้อนได้ และความร้อนนี้แหละที่เอาไปปั่นไฟ นอกจากนี้ยังรวมถึงมูลสัตว์และของเสียจากโรงงานแปรรูปทางการเกษตร เช่น เปลือกสับปะรดจากโรงงานสับปะรดกระป๋อง หรือน้ำเสียจากโรงงานแป้งมัน ที่เอามาหมักและผลิตเป็นก๊าซชีวภาพ โดยเหตุที่ประเทศไทยทำการเกษตรอย่างกว้างขวาง วัสดุเหลือใช้จากการเกษตร เช่น แกลบ ขี้เลื่อย ชานอ้อย กากมะพร้าว ซึ่งมีอยู่จำนวนมาก (เทียบได้น้ำมันดิบปีละไม่น้อยกว่า 6,500 ล้านลิตร) ก็ควรจะใช้เป็นเชื้อเพลิงผลิตไฟฟ้าในเชิงพาณิชย์ได้
        ในกรณีของโรงเลื่อย โรงสี โรงน้ำตาลขนาดใหญ่ อาจจะยินยอมให้จ่ายพลังงานไฟฟ้าให้กับระบบไฟฟ้าของการไฟฟ้าต่างๆในประเทศ ในลักษณะของการผลิตร่วม (Co-generation) ซึ่งมีใช้อยู่แล้วหลายแห่งในต่างประเทศโดยวิธีดังกล่าวแล้วจะช่วยให้สามารถใช้ประโยชน์จากแหล่งพลังงานในประเทศสำหรับส่วนรวมได้มากยิ่งขึ้นทั้งนี้อาจจะรวมถึงการใช้ไม้ฟืนจากโครงการปลูกไม้โตเร็วในพื้นที่นับล้านไร่ ในกรณีที่รัฐบาลจำเป็นต้องลดปริมาณการปลูกมันสำปะหลัง อ้อย เพื่อแก้ปัญหาระยะยาวทางด้านการตลาดของพืชทั้งสองชนิด อนึ่ง สำหรับผลิตผลจากชีวมวลในลักษณะอื่นที่ยังใช้เป็นเชื้อเพลิงได้ เช่น แอลกอฮอล์ จากมันสำปะหลัง ก๊าซจากฟืน(Gasifier) ก๊าซจากการหมักเศษวัสดุเหลือจากการเกษตร(Bio Gas) ขยะ ฯ หากมีความคุ้มค่าในเชิงพาณิชย์ก็อาจนำมาใช้เป็นเชื้อเพลิงสำหรับผลิตไฟฟ้าได้เช่นกัน

 พลังงานน้ำ
           พื้นผิวโลกถึง 70 เปอร์เซนต์ ปกคลุมด้วยน้ำ ซึ่งมีความสำคัญยิ่งต่อสิ่งมีชีวิตทั้งหลาย น้ำเหล่านี้มีการเปลี่ยนสถานะและหมุนเวียนอยู่ตลอดเวลา ระหว่างผิวโลกและบรรยากาศอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเรียกว่า วัฏจักรของน้ำ น้ำที่กำลังเคลื่อนที่มีพลังงานสะสมอยู่มาก และมนุษย์รู้จักนำพลังงานนี้มาใช้หลายร้อยปีแล้ว เช่น ใช้หมุนกังหันน้ำ ปัจจุบันมีการนำพลังงานน้ำไปหมุนกังหันของเครื่องกำเนิดไฟฟ้าในโรงไฟฟ้าพลังน้ำเพื่อผลิตไฟฟ้า

พลังงานจากขยะ
          พลังงานจากขยะจากบ้านเรือนและกิจการต่างๆ เป็นแหล่งพลังงานที่มีศักยภาพสูง ขยะเหล่านี้ส่วนใหญ่เป็นมวลชีวภาพ เช่น กระดาษ เศษอาหาร และไม้ ซึ่งสามารถใช้เป็นเชื้อเพลิงในโรงไฟฟ้าที่ถูกออกแบบให้ใช้ขยะเป็นเชื้อเพลิงได้ ที่เมืองบัลโม ประเทศสวีเดน ไฟฟ้าที่ใช้ประมาณ 20 เปอร์เซนต์ มาจากการเผาขยะ โรงไฟฟ้าที่ใช้ขยะเป็นเชื้อเพลิง จะนำขยะมาเผาบนตะแกรง ความร้อนที่เกิดขึ้นใช้ต้มน้ำในหม้อน้ำจนกลายเป็นไอน้ำเดือด ซึ่งจะไปหมุนกังหันของเครื่องกำเนิดไฟฟ้า (เหมือนกับโรงไฟฟ้าอื่นๆ)

TwitterEmailFacebook

การผลิตพลังงานทดแทน

การผลิตพลังงานทดแทน

           การบริโภคพลังงานที่มีแนวโน้มที่สูงขึ้น ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจของชาติ แนวทางหนึ่งที่หลายประเทศกำลังดำเนินการอยู่ในเวลานี้คือ การนำพืชผลทางการเกษตร ซึ่งเป็นวัตถุดิบที่มีในประเทศมาผลิตให้เกิดเป็นพลังงานเชื้อเพลิง เอทานอลจึงจัดเป็นทางเลือกหนึ่งที่จะนำมาใช้เป็นพลังงานทดแทนน้ำมัน ซึ่งสอดคล้องกับศักยภาพของประเทศไทยที่เป็นประเทศเกษตรกรรมสามารถนำสินค้าเกษตรมาสร้างมูลค่าเพิ่มเป็นพลังงานทดแทนได้ นอกจากจะช่วยลดการนำเข้าน้ำมันจากต่างประเทศลงได้ แม้จะเป็นเพียงบางส่วน แต่ก็นับว่าเป็นประโยชน์มหาศาลกับประเทศ ประกอบกับศักยภาพของประเทศไทยในขณะนี้ มีความเป็นไปได้ในการใช้พืชพลังงานมาผลิตเป็นเอทานอลเพื่อใช้ทดแทนน้ำมัน ซึ่งวัตถุดิบที่เหมาะสมสำหรับการนำมาใช้เป็นวัตถุดิบผลิตเอทานอลมากที่สุด คือ มันสำปะหลัง ดังนั้นการศึกษาในครั้งนี้จึงเป็นการศึกษาถึงผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยหากมีการใช้มันสำปะหลังซึ่งเป็นผลผลิตทางการเกษตรที่สามารถผลิตได้ในประเทศมาใช้เพื่อผลิตเป็นพลังงานทดแทน
             การศึกษาผลกระทบของระบบเศรษฐกิจ ต่อกิจกรรมการผลิตรวมและการจ้างงานภายในประเทศ จากความต้องการหัวมันสำปะหลังสดที่เพิ่มขึ้น เพื่อรองรับการผลิตเอทานอลตามเป้าหมายของสำนักนโยบายและแผนพลังงาน กระทรวงพลังงาน พบว่า ในปี 2551-2554 กิจกรรมการผลิตรวมภายในประเทศจะเพิ่มขึ้น 4,886 7,329 9,846 และ 13,326 ล้านบาท เมื่อเทียบกับปี 2550
              การวิเคราะห์ผลกระทบด้านการจ้างงาน จากการผลิตที่เพิ่มขึ้นในอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับเอทานอล ที่ได้รับผลกระทบจากความต้องการหัวมันสำปะหลังสดที่เพิ่มขึ้น พบว่าจะส่งผลให้การจ้างงานเพิ่มขึ้น 1,284 1,926 2,587 และ 3,501 คนในปี 2551-2554 โดยการจ้างงานภาคเกษตรเพิ่มขึ้นสูงสุด รองลงไปคือการจ้างงานภาคการผลิตผลิตภัณฑ์ยาง เคมีภัณฑ์ และอุตสาหกรรมปิโตรเลียม และภาคบริการ ตามลำดับ

TwitterEmailFacebook

พลังงานทดแทนกับไบโอดีเซล

พลังงานทดแทนกับไบโอดีเซล

        เมื่อสงครามโลกครั้งที่ 2 ได้มีการใช้น้ำมันพืชเป็นเชื้อเพลิง โดยประเทศแอฟริกาใต้ได้นำน้ำมันพืชมาใช้กับเครื่องยนต์ แต่เนื่องจากในช่วงเวลานั้นน้ำมันปิโตรเลียมหาง่ายและราคาถูก ไบโอดีเซลจึงไม่ได้รับความสนใจเท่าที่ควร จนกระทั่ง พ.ศ. 2514 ได้เกิดวิฤกตการณ์น้ำมัน หน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชนของกลุ่มประเทศผู้ใช้น้ำมันจึงได้ทำการวิจัยและพัฒนาน้ำมันพืชเพื่อใช้ทดแทนน้ำมันดีเซลและประสบผลสำเร็จในการผลิตเชิงพาณิชย์ (พิศมัย เจนวนิชปัญจกุล, 2544)  การนำน้ำมันจากพืชมาใช้เป็นน้ำมันเชื้อเพลิงสำหรับเครื่องยนต์ดีเซลมี 3 รูปแบบ ดังนี้
1. น้ำมันพืชกลั่นบริสุทธิ์
      ได้จากการนำน้ำมันพืชดิบ เช่น น้ำมันปาล์มดิบ น้ำมันมะพร้าวดิบ  มาผ่านกระบวนการทำให้บริสุทธิ์ ด้วยวิธีทางกายภาพ (physical refining)   หรือที่เรียกว่า การกลั่นให้บริสุทธิ์โดยการกำจัดยางเหนียว การฟอกสี การกลั่น และการกรอง ซึ่งทำให้ได้น้ำมันพืชที่บริสุทธิ์ เช่น น้ำมันปาล์มบริสุทธิ์ และน้ำมันมะพร้าวบริสุทธิ์  ได้มีการนำน้ำมันปาล์มกลั่นบริสุทธิ์ (100 เปอร์เซ็นต์) มาใช้กับรถยนต์เครื่องยนต์ดีเซลของกองงานส่วนพระองค์ที่ พระราชวังไกลกังวล อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์
2. น้ำมันพืชผสมน้ำมันดีเซลหรือน้ำมันก๊าด
      ได้จากการนำน้ำมันพืชดิบ หรือน้ำมันพืชบริสุทธิ์ (เป็นน้ำมันพืชดิบที่ผ่านการกลั่นให้บริสุทธิ์) มาผสมกับน้ำมันดีเซล หรือน้ำมันก๊าดในอัตราส่วนที่เหมาะสมเพื่อลดความหนืดของน้ำมัน โดยน้ำมันที่ได้มีคุณสมบัติใกล้เคียงกับน้ำมันดีเซลเช่น ดีเซลมะพร้าว (coconut diesel) ซึ่งได้จากน้ำมันมะพร้าวผสมน้ำมันดีเซลและน้ำมันก๊าด ซึ่งเป็นภูมิปัญญาของชาวบ้านอำเภอทับสะแก จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ส่วนดีเซลปาล์มบริสุทธิ์ (refined palm diesel) ผลิตได้จากน้ำมันปาล์มบริสุทธิ์ผสมกับน้ำมันดีเซล ในสัดส่วนน้ำมันปาล์มบริสุทธิ์ไม่เกินร้อยละ 10 โดยปริมาตร โดยบริษัท ปตท.  เป็นผู้ทำการ วิจัยพัฒนาให้มีคุณสมบัติเหมือนกับน้ำมันดีเซลตามข้อกำหนดของกระทรวงพาณิชย์ สามารถนำไปใช้เป็นน้ำมันเชื้อเพลิงในเครื่องยนต์ดีเซลได้โดยไม่ส่งผลกระทบต่อเครื่องยนต์
 3. ไบโอดีเซลเอสเตอร์
        เป็นไบโอดีเซลตามความหมายสากล ผลิตโดยกระบวนการทางเคมี tranesterification โดยนำน้ำมันจากพืช หรือไขมันสัตว์ หรือน้ำมันประกอบอาหารที่ใช้แล้ว มาผสมกับเมทานอลหรือเอทานอล และมีการเติมสารเร่งปฏิกิริยา ที่นิยมใช้กันคือ ด่าง  (โซเดียมไฮดรอกไซด์ หรือโพแทสเซียมไฮดรอกไซด์)    ซึ่งทำให้ได้สารเอสเตอร์ได้แก่ เมทิลเอสเตอร์หรือเอทิลเอสเตอร์ (ขึ้นกับชนิดของแอลกอฮอล์ที่ใช้)   สามารถนำไปใช้เป็นไบโอดีเซลได้ (ภาพที่ 1)   และในปฏิกิริยาดังกล่าวนี้ยังได้สารกลีเซอรอลเป็นผลพลอยได้ สามารถนำไปใช้ประโยชน์ในอุตสาหกรรมผลิตสบู่ เครื่องสำอาง และผงซักฟอก เป็นต้น ไบโอดีเซลชนิดนี้สามารถนำไปใช้ทดแทนน้ำมันดีเซลได้โดยไม่ต้องมีการปรับแต่งเครื่องยนต์ เนื่องจากมีคุณสมบัติใกล้เคียงกับน้ำมันดีเซลมากที่สุด มีการเผาไหม้สมบูรณ์มากกว่าน้ำมันดีเซล จึงทำให้เกิดแก๊สคาร์บอนมอนอกไซด์  เขม่าควันดำ  ไฮโดรคาร์บอนและกำมะถันในปริมาณที่ต่ำกว่าไอเสียจากเครื่องยนต์ที่ใช้น้ำมันดีเซล
 

TwitterEmailFacebook

พลังงานทดแทน

พลังงานทดแทน    โดย อรพิมพ์ มงคลเคหา

 
                       ปัจจุบันพลังงานจากฟอสซิล (น้ำมันปิโตรเลียม แก๊สธรรมชาติ และถ่านหิน) เป็นสาเหตุหลักที่ทำให้เกิดมลพิษในสิ่งแวดล้อม การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของโลก และส่งผลกระทบต่อสิ่งมีชีวิต อีกทั้งยังมีราคาแพงและกำลังใกล้จะหมดสิ้นลง ดังนั้นการพัฒนาพลังงานทดแทนจึงเป็นแนวทางหนึ่งในการบรรเทาปัญหาต่างๆ ที่เป็นผลมาจากการใช้พลังงานฟอสซิล (ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ, 2547) พลังงานสะอาดเป็นทางเลือกหนึ่งของการใช้พลังงานที่ไม่ก่อให้ปัญหามลพิษต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งส่วนใหญ่พลังงานสะอาดได้มาจากพลังงานหมุนเวียน (renewable energy) เช่น พลังงานชีวมวล พลังงานแสงอาทิตย์ พลังงานลม พลังงานน้ำ และพลังงานความร้อนใต้พิภพ เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีพลังงานสิ้นเปลืองอีกชนิดหนึ่งที่จัดได้ว่าเป็นพลังงานสะอาดคือ พลังงานนิวเคลียร์ เนื่องจากไม่มีการปลดปล่อยมลพิษออกสู่อากาศ ถ้ามีการควบคุมกากของเสียอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งการใช้พลังงานนิวเคลียร์ในทางสันติมีประโยชน์ในชีวิตประจำวันของมนุษย์อย่างมาก หนึ่งในยุทธ์ศาสตร์การพัฒนาพลังงานทดแทนของประเทศไทยภายใน พ.ศ. 2554 คือการใช้เชื้อเพลิงชีวภาพ (biofuel)     รัฐบาลมีความพยายามในการพัฒนาการผลิตและใช้ประโยชน์พลังงานทดแทนในเชิงพาณิชย์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการใช้ไบโอดีเซล (biodiesel) และไบโอเอทานอล (bio-ethanol) ผสมในน้ำมันสำเร็จรูป ทั้งนี้เนื่องจากประเทศไทยมีศักยภาพในด้านวัตถุดิบที่ได้จากผลผลิตทางการเกษตรสำหรับใช้ในการผลิตไบโอดีเซลและไบโอเอทานอล
 

TwitterEmailFacebook

มลพิษของพลังงานทดแทนต่อสิ่งแวดล้อม

มลพิษของพลังงานทดแทนต่อสิ่งแวดล้อม
    
    -  พลังงานทดแทนประเภทหมุนเวียนเป็นพลังงานแสงอาทิตย์ , พลังงานน้ำ , พลังงานลม  จำเป็นจะต้องใช้พื้นที่ปริมาณกว้าง  สำหรับก่อสร้างสถานที่สำหรับผลิตพลังงานดังกล่าว  จะมีผลกระทบต่อพื้นที่เพาะปลูก  กระทบต่อการตัดไม้ทำลายป่า  สัตว์ป่า  และที่อยู่อาศัยของประชาชนบริเวณดังกล่าวได้
    -  พลังงานทดแทนประเภทใช้แล้วหมดไป  เช่น  ถ่านหิน  จะมีผลต่อมลพิษทางอากาศ  ก่อให้เกิดก๊าซ  SO2 , NO2  ซึ่งเป็นก๊าซเรือนกระจก  ทำให้เกิดภาวะโลกร้อนได้  ส่วนก๊าซธรรมชาติจะมีผลกระทบต่อสภาพแวดล้อม  ทางทะเลบริเวณที่ขุดเจาะก๊าซธรรมชาติดังกล่าว  ส่วนปัญหาทางด้านมลพิษทางอากาศจะมีน้อยมาก  เมื่อเปรียบเทียบกับถ่านหินและน้ำมัน

TwitterEmailFacebook

ความสำคัญของพลังงานทดแทน

ความสำคัญของพลังงานทดแทน

                  พลังงานหลักที่มนุษย์ใช้เป็นสิ่งอำนวยความสะดวกในชีวิตประจำวันคือ พลังงานปิโตรเลียม โดยเฉพาะพลังงานจากน้ำมันเชื้อเพลิง ซึ่งในปัจจุบันมีความต้องการใช้น้ำมันเป็นจำนวนมาก แต่ปริมาณน้ำมันมีจำนวนจำกัดทำให้ราคาน้ำมันดิบสูงขึ้นมาก และคาดการณ์ว่าอาจจะทะลุเลยบาร์เรลละ 100 เหรียญสหรัฐอเมริกาได้ นอกจากนี้ปริมาณการใช้อาจจะไม่เกิน 40 ปี ดังนั้นจึงจำเป็นจะต้องมีการกระตุ้นการคิดขึ้น พัฒนารูปแบบของพลังงานเชื้อเพลิงต่างๆ ขึ้นมาทดแทน โดยเฉพาะเชื้อเพลิงทดแทนซึ่งในปัจจุบันเริ่มมีการนำพลังงานทดแทนใช้เป็นเชื้อเพลิงจากก๊าซชีวภาพ ( Bioglass Fuel ) น้ำมันแก๊ซโซฮอลล์ น้ำมันไบโอดีเซล จากตัวเลขสถิติจากกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน กระทรวงอุตสาหกรรม ประเทศไทยมีความต้องการใช้น้ำมันดีเซลในปี พ.ศ. 2547 ถึง 28,201 ล้านลิตร ดังนั้นเราสามารถส่งเสริมและสนับสนุนให้มีการใช้น้ำมันพืชในการผลิตไบโอดีเซลแล้ว จะมีผลต่อการรักษาเงินตราของประเทศ สร้างความมั่นคงและสามารถพึ่งพาตนเองด้านพลังงานของประเทศ อีกทั้งช่วยสร้างตลาดที่มั่นคงให้กับผลผลิตทางการเกษตรอีกด้วย

                       ปัจจุบันการใช้พลังงานของโลก สำรวจเมื่อปี พ.ศ. 2540 พบว่า ประกอบด้วยพลังงานจากเชื้อเพลิงฟอสซิลซึ่งได้แก่ น้ำมัน , ก๊าซธรรมชาติ และถ่านหิน มีปริมาณรวมกันถึงร้อยละ 95 และอีกร้อยละ 2 มาจากพลังงานนิวเคลียร์ และส่วนที่เหลือร้อยละ 3 นำมาจากพลังงานประเภทอื่น ซึ่งส่วนใหญ่เป็นพลังงานหมุนเวียน เช่น พลังงานน้ำ , พลังงานจากความร้อนใต้พิภพ พลังงานที่กล่าวมาจัดว่าเป็นพลังงานทประเภทหมุนเวียนนั้นเอง

TwitterEmailFacebook